Blue O'Clock

สตูดิโอผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการลงทุน ธุรกิจ จิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

Economy

โลกกำลังเข้าสู่ Capital War สงครามเงินทุน ครั้งใหญ่ โดย Ray Dalio | Blue O’Clock Podcast EP. 139

Ray Dalio นักลงทุนระดับตำนาน ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates Hedge Fund กองทุนป้องกันความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ของโลก เขาได้ออกมาเผยแนวคิดการลงทุนในยุคเปลี่ยนผ่าน ท่ามกลางธนาคารกลางทั่วโลกแห่ตุนทองคำ

Ray Dalio ชี้ว่าสิ่งที่น่ากังวลกว่าตลาดหุ้นตกนั้น คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นกับระบบการเงินโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า Capital War คือสงครามเงินทุน ครั้งใหม่

โดย Ray ได้คอนเฟิร์มแล้วว่า โลกได้เกิดการพังทลายของระเบียบโลกและสังคมแล้ว ณ ปัจจุบัน

ระเบียบเงินตราโลกกำลังพังทลาย

หมายถึง ระบบที่สกุลเงิน Fiat หรือเงินกระดาษที่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง และ Debt หรือหนี้ ถูกใช้เป็นแหล่งเก็บรักษามูลค่าความมั่งคั่งกำลังสั่นคลอน ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกไม่ได้ถือครองสิ่งเหล่านี้ในแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว

โดย Ray ยกตัวอย่างว่า ปีที่ผ่านมา ตลาดที่เคลื่อนไหวมากที่สุดก็คือ ตลาดของทองคำ ซึ่งทำผลงานได้ดีกว่าตลาดเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาเสียอีก และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็มีผลงานด้อยกว่าตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เห็นได้จากข้อมูลของธนาคารกลางทั่วโลกที่เริ่มปรับพอร์ตอย่างเห็นได้ชัด

สงครามเงินทุนและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

Ray ย้ำว่า อย่าลืมว่านอกเหนือจาก “การขาดดุลการค้า” และ “สงครามการค้า” แล้ว ยังมี “สงครามเงินทุน” (Capital War) ที่กำลังเกิดขึ้นควบคู่กันไปด้วย ซึ่ง Ray บอกว่าเรื่องสงครามเงินทุนนี้สำคัญมาก

ให้ลองพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

ความตึงเครียดของเจ้าหนี้-ลูกหนี้: ผู้ที่ถือครองหนี้ดอลลาร์ อย่างเช่นพันธบัตรสหรัฐฯ และรัฐบาลสหรัฐฯ ต่างก็กังวลถึงอนาคตของหนี้จำนวนมหาศาล ซึ่งสะท้อนถึงความไม่ไว้วางใจระหว่างกันในระบบการเงินโลก

ปัญหาอุปทานและอุปสงค์: เมื่อประเทศอื่นถือครองหนี้พันธบัตรสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก และมีความกังวลเกิดขึ้น ในขณะที่ทางสหรัฐฯ เองก็ผลิตหนี้หรือพิมพ์เงินใหม่ออกมาอย่างมากมาย นี่คือปัญหาใหญ่ด้านอุปทานและอุปสงค์

ความขัดแย้งกับพันธมิตร: ในภาวะโลก ณ ปัจจุบันเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ แม้กระทั่งพันธมิตรกันเอง ก็ไม่ต้องการถือหนี้หรือพันธบัตรรัฐบาลของกันและกัน พวกเขาต้องการสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งกว่า

วัฏจักรประวัติศาสตร์: ปรากฏการณ์นี้เป็น รูปแบบที่เคยซ้ำรอย ในประวัติศาสตร์เสมอ และถ้าสหรัฐฯ ไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงที่ว่านานาประเทศจะ ปฏิเสธ การซื้อ หนี้ อย่างเช่นพันธบัตรของสหรัฐฯ มันคือ ความเสี่ยงที่ร้ายแรง ต่อเศรษฐกิจโลก นี่คือ Capital War ที่ Ray Dalio พยายามจะสื่อ

ใครกำลังซื้อทองคำอยู่?

Ray บอกว่า ณ ตอนนี้เรากำลังเห็นธนาคารกลางและกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติทั่วโลกกำลังทำในสิ่งเดียวกัน พวกเขาไม่ได้มองทองคำเป็นการเก็งกำไร แต่พวกเขามองทองคำว่าเป็น “สินทรัพย์กระจายความเสี่ยง” และเป็น “สกุลเงินสำรอง” ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และทองคำเองมันก็เคยเป็นสกุลเงินสำรองของโลกมาตลอดในอดีตที่ผ่านมา มันไม่ใช่แค่โลหะที่มีสีเหลือง

วัฏจักรประวัติศาสตร์ vs. นโยบายปัจจุบัน

มีคนถาม Ray ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเหล่านี้เป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าตามวัฏจักรประวัติศาสตร์ที่เขาได้ทำการศึกษามา หรือมันเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน

ในมุมมองของ Ray เขาบอกว่า มันคือ “สถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก เพราะเมื่อประเทศหนึ่งมีหนี้จำนวนมากและเลือกใช้การพิมพ์เงินเพิ่ม เอาพันธบัตรรัฐบาลไปขายเพิ่ม มันจึงทำให้มีปัญหาด้านอุปทานและอุปสงค์ และเมื่อมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศเกิดขึ้น แม้กระทั่งพันธมิตรก็ยังไม่ต้องการถือหนี้ของกันและกัน แต่กลับหันไปหาสกุลเงินที่แข็งแกร่งกว่า

โดย Ray เขาชี้ว่า นี่คือสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล เป็นข้อเท็จจริง และเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

แล้วถ้าถาม Ray ว่า เขาจะทำอย่างไรกับเงินของเขาในตอนนี้?

โดย Ray ได้ให้คำตอบว่า:

ถ้าหากคุณยังไม่มีมุมมองที่ชัดเจนต่อตลาด และกำลังมองหาการจัดสรรสินทรัพย์ที่เหมาะสม คุณควรมีพอร์ตโฟลิโอที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยมีสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงซึ่งกันและกัน

โดย Ray บอกว่า สำหรับพอร์ตโฟลิโอปกติทั่วไป ควรมีทองคำอยู่ในพอร์ทประมาณ 5%-15% เพราะทองคำมักจะทำผลงานได้ดีในภาวะที่สินทรัพย์อื่นทำผลงานได้ไม่ดี มันเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ในการกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ แม้แต่ธนาคารกลางก็ควรมีสัดส่วนทองคำที่สูงกว่าที่พวกเขามีอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนั้น Ray เขาจะลดสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตร (Bonds) และหันไปเพิ่มสัดส่วนทองคำให้มากกว่าปกติ ถึงแม้ทองคำจะปรับตัวขึ้นมามากแล้ว แต่หลายหน่วยงานที่ควรจะถือครองทองคำก็ยังถือครองในสัดส่วนที่น้อยอยู่ ดังนั้นอย่าเพิ่งมองที่ราคาที่ปรับขึ้นมากนัก ให้มองว่าเราควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อกระจายความเสี่ยง

นอกจากนั้น Ray เชื่อว่าเรากำลังอยู่ในช่วงของการปฏิวัติเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง ซึ่งจะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อบริษัทอื่น ๆ ที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ด้วย เขาจึงต้องการให้พอร์ตโฟลิโอส่วนหนึ่งของเขาอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย

Resources

https://youtu.be/Gda9T9gZSe4?si=NXwIq2OxZqT5fywj

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *