10 บทเรียนจาก Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba จากครูสอนภาษาอังกฤษสู่ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในจีน
Jack Ma คือผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแบบ B2B ระดับโลกอย่าง Alibaba เว็บไซต์ตัวกลางของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้ายี่ปั้วออนไลน์มาซื้อสินค้าแบบขายส่งกันทั่วโลก โดยในปี 2019 เขามีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 38.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว ๆ 1.17 ล้านล้านบาท ส่งผลทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีนได้ในที่สุด ทั้ง ๆ ที่ในอดีตเขาเป็นพวกครูสอนภาษาอังกฤษยากจนคนหนึ่ง และมองเห็นโอกาสการค้าขายออนไลน์ไปทั่วโลก ทั้ง ๆ ที่เขายังใช้คอมพิวเตอร์แทบไม่เป็นด้วยซ้ำไป และนี่ก็คือบทเรียนทั้ง 10 ข้อที่ Jack Ma ได้สอนเอาไว้
บทเรียนที่ 1 – ฝึกผิดหวังให้ชิน (Get used to rejection)
Jack Ma เล่าให้ฟังว่าเขาเป็นคนที่หัวไม่ค่อยดีมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอบตก 2 ครั้งในช่วงประถมศึกษา สอบตก 3 ครั้งในช่วงมัธยม และสอบตก 3 ครั้งในช่วงที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายเขาก็เรียนจบได้ปริญญามาจนได้ เขาจึงเริ่มตระเวนสมัครหางานทำ ซึ่งเขาถูกปฏิเสธจากบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 30 ครั้ง แม้กระทั่งตำรวจเขาก็เคยไปสมัคร โดยในตอนที่เปิดรับสมัครตำรวจนั้น ช่วงที่เขาสมัครมีผู้ร่วมเข้าสมัครพร้อมกันอยู่ 5 คน และเขาก็เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับการคัดเลือก หรือแม้กระทั่งการเข้าไปสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านไก่ทอดอย่าง KFC ที่มีผู้เข้าสัมภาษณ์ทั้งสิ้น 24 คน และเขาก็เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับการคัดเลือก (แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ KFC ในประเทศจีนเป็นของ Jack Ma ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)
และในระหว่างที่เรียนจบ เขาก็อยากเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Harvard University ซึ่งเขาก็ถูกปฏิเสธไปมากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งเขาได้ปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้ว่า เขาจะต้องไปเป็นครูสอนในมหา’ลัยฮาวาร์ดให้ได้สักวันหนึ่ง จนกระทั่ง ณ ปัจจุบัน ทางมหา’ลัย ต้องส่งหนังสือเชิญ Jack Ma เพื่อให้ไปเป็นวิทยากรพิเศษ เพื่อสอนเหล่าบรรดานักศึกษาในมหาวิทยาลัยแทน
บทเรียนที่ 2 – จงอย่าหยุดฝัน (Keep Your Dream Alive)
ความสำเร็จของ Jack Ma ในวันนี้ คือความฝันอันยิ่งใหญ่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในช่วงที่ประเทศจีนยังคงติดกรอบความคิดกับการค้าขายในรูปแบบออนไลน์ที่อยู่ในวงแคบ ๆ ในวงจำกัด เพราะหากย้อนไปเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องอินเตอร์เน็ตต้องเรียกได้ว่าช้าเป็นเต่าล้านปีเมื่อเทียบกับความก้าวหน้าของอินเตอร์เน็ตในสมัยนี้
ซึ่งเรื่องของโอกาสในการค้าขายบนเว็บไซต์นั้น Jack Ma ได้รู้จักกับอินเตอร์เน็ตในช่วงที่เขาเริ่มทำธุรกิจให้บริการด้านการแปลภาษา ซึ่งเป็นการต่อยอดความรู้จากที่เขาได้เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ จนกระทั่งในปี 1995 เขาได้มีโอกาสไปเป็นล่ามแปลภาษาที่เมืองซีแอตเทิล ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเขาค้นหาเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์หลายต่อหลายเว็บ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่นั้นผลิตมาจากประเทศจีนแทบทั้งสิ้น แต่กลับไม่ไม่มีชื่อของตัวแทนขายจากประเทศจีนเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขามองเห็นโอกาสว่า หากเหล่าบรรดาบริษัทตัวแทนขายจากประเทศจีน สามารถติดต่อค้าขายกับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้ ก็จะส่งผลให้ธุรกิจของประเทศจีนเติบโตอย่างมหาศาลอย่างแน่นอน ซึ่งไอเดียนี้ Jack Ma ก็ได้ทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา เมื่อในปี 1999 เมื่อเขากลับมาที่ประเทศจีน แล้วได้รวบรวมเงินจากเพื่อน ๆ ประมาณ 18 คน ช่วยกันลงขันราว ๆ 500,000 หยวน หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งบริษัท Alibaba ขึ้นมานั่นเอง
บทเรียนที่ 3 – มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กร (Focus on Culture)
Jack Ma เล่าให้ฟังว่า สิ่งที่เป็นแก่นที่ทำให้ Alibaba ประสบความสำเร็จได้นั้น เกิดจากการที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งแม้ว่าเทคโนโลยีจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน แต่เทคโนโลยีมันก็เป็นแค่เพียง tool หรือเครื่องมือชิ้นหนึ่งเท่านั้น เพราะหากเรามองย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อนที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตที่แพร่หลายขนาดนี้ ก็ยังมีคนร่ำรวยจากธุรกิจอยู่ดี ดังนั้น แก่นสำคัญของการทำธุรกิจก็คือ “คน” ซึ่งในตอนเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ๆ ของ Alibaba นั้น เริ่มต้นจากคนแค่เพียง 18 คน ที่มีความเห็นตรงกัน มีวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน มีเป้าหมายที่ตรงกัน มีภารกิจหรือ mission ที่ตรงกัน และต้องการสร้างคุณค่าให้แก่โลกนี้ที่ตรงกัน ซึ่งนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของ Alibaba ที่ต้องการถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์กรและแนวความคิดที่ตรงกันให้แก่คนรุ่นใหม่ ๆ ที่อยู่ในองค์กรอีกกว่า 1 แสนคน ว่าจะต้องมีแนวคิดในการส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ไม่ใช่เพียงเพื่อที่ต้องการจะทำเงินเพียงอย่างเดียว
บทเรียนที่ 4 – อย่าใส่ใจกับเสียงคัดค้านจากกลุ่มคนเล็ก ๆ (Ignore The Littleman)
ผู้คนกลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยธรรมชาตินั้นสมองของผู้คนถูกออกแบบมาเพื่อให้อยู่ในโซนที่ปลอดภัย หากมีอะไรที่เป็นสิ่งแปลกใหม่ สิ่งแรกที่ผู้คนจะทำก็คือ กลัวมันไว้ก่อน ต้องรอจนกระทั่งวันหนึ่งที่มีใครสักคนเป็นตัวเปิดแล้วทำได้สำเร็จ เมื่อนั้นผู้คนจึงเริ่มยอมรับและเชื่อถือในสิ่งใหม่นั้นในที่สุด
โดย Jack Ma ได้เล่าถึงการต่อยอดธุรกิจจากเว็บไซต์ Alibaba ด้วยการเสนอไอเดียในการทำระบบการชำระเงินออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ที่ใช้ชื่อว่า AliPay ซึ่งครั้งแรกที่เขาเสนอไอเดียนี้ไป ก็มีผู้คนบางกลุ่มโผล่งขึ้นมาในทันทีเลยว่า “This is the stupidest idea you have ever got” หมายถึง นี่มันเป็นไอเดียที่โง่เง่าที่สุดที่คุณเคยมีมาเลยทีเดียว ซึ่ง Jack Ma ได้ให้ข้อคิดว่า ไม่สำคัญหรอกว่าไอเดียนั้นมันจะดีหรือไม่ดี มันจะดูโง่เง่าเต่าตุ่นหรือเป็นไอเดียระดับที่มีแต่อัจฉริยะคิดได้เท่านั้น แต่มันสำคัญตรงที่ว่า เมื่อทำมันออกมาแล้ว สิ่งนั้นมันมีผู้คนมาใช้งานมันหรือเปล่าต่างหาก เพราะถ้าหากผู้คนเข้ามาใช้งานมันอย่างต่อเนื่อง ก็ถือว่าไอเดียนั้นได้กลายเป็นจริงขึ้นมาแล้ว ซึ่ง ณ ปัจจุบัน AliPay ก็มีผู้ใช้งานทั่วโลกเป็นจำนวนกว่า 900 ล้านคนไปเป็นที่เรียบร้อย
บทเรียนที่ 5 – หาแรงบันดาลใจ (Get Inspire)
Jack Ma กล่าวว่า ตัวเขาเองนั้น ได้เรียนรู้อะไรมากมายหลายอย่างจากการดูภาพยนตร์ในแต่ละเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่อง The Bodyguard ที่มี Whitney Houston แสดงนำ โดยในตอนที่ Whitney Houston กำลังร้องเพลงอยู่นั้น Jack Ma ก็เกิดอาการว้าวขึ้นมาในทันทีที่ได้เห็นเธอร้องเพลงที่สามารถตราตรึงผู้ชมในฮอลล์ให้อยู่ใต้มนต์สะกดของเธอ ทำให้ Jack Ma นึกถึงว่า ถ้าเขาสามารถทำได้แบบนี้ในขณะที่กำลังอยู่บนเวทีเพื่อกล่าวสุนทรพจน์กับพนักงาน กับผู้คน กับลูกค้า ได้แบบนี้บ้างก็คงจะดีไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการกล่าวสุนทรพจน์บนเวที
ซึ่งสิ่งที่เขาเรียนรู้จาก Whitney Houston ก็คือ ถ้าหากคุณร้องเพลงหรือพูดสิ่งนั้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ และทำมันได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วล่ะก็ เสียงที่ออกจากปากของคุณก็สามารถตราตรึงผู้ชม ผู้ฟังได้ในที่สุด
ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้เขานั้น สามารถพูดในที่สารธารณะแล้วสามารถตราตรึงใจจากผู้ฟังได้เป็นอย่างดี
บทเรียนที่ 6 – จงโฟกัส (Stay Focused)
Alibaba Group ได้ขึ้นชื่อว่า ได้ลงทุนในหลากหลายธุรกิจ ซึ่ง Alibaba นั้นโฟกัสที่การสร้างเว็บไซต์แบบ B2B หรือ Business to Business เป็นหลัก จนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ตามสโลแกนที่ว่า “To Make it easy to do business anywhere.” ซึ่งในแต่ละวัน Jack Ma จะได้รับไอเดียธุรกิจอย่างมากมายมหาศาล เฉลี่ยวันละ 5,000 ไอเดีย ที่เข้ามานำเสนอแก่เขา โดยหน้าที่หลักของเขาก็คือการปฏิเสธไอเดียเหล่านั้นไปอย่างสุภาพ เพราะเขายึดมั่นในหลักของ Core Business หรือตัวธุรกิจหลักอย่าง Alibaba เป็นแกนกลาง โดยไอเดียที่สามารถผ่านเข้ารอบมาได้นั้น ทุกอย่างจะต้องขึ้นอยู่กับว่า ไอเดียนั้นจะต้องทำให้การทำธุรกิจของ Alibaba ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เป็นประโยชน์มากขึ้น ซึ่งแม้ว่าบางไอเดียจะเป็นไอเดียที่ดีมาก ๆ ถ้าเอามาทำแล้วจะได้เงินอย่างมหาศาล แต่เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี หากมันไม่สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัท
บทเรียนที่ 7 – ชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง (Have A Good Name)
Jack Ma ได้เล่าให้ฟังที่มาของคำว่า Alibaba ว่า ที่มาที่ไปของมันมายังไง โดยเขาเล่าว่า ก่อนที่จะได้ชื่อมานั้น เขามีแนวคิดที่ว่า อินเตอร์เน็ตมันเป็นเรื่องของคนทั้งโลก ดังนั้น หากเขาจะทำธุรกิจเว็บไซต์ ชื่อเว็บไซต์มันก็ต้องง่ายต่อการพูด ง่ายต่อการสะกด ง่ายต่อการจดจำ ในระดับสากล ซึ่งเขาก็ใช้เวลาคิดอยู่หลายวัน จนกระทั่งเขาก็มาพบกับชื่อ Alibaba ซึ่งเป็นตอนที่เขาอาศัยอยู่ที่อเมริกา ที่เมืองซานฟรานซิสโกพอดี โดยเขาก็คิดว่ามันเป็นชื่อที่ดี แต่เพื่อให้ให้ตัวเองนั้นคิดไปเองฝ่ายเดียว เขาจึงไล่ถามผู้คนในละแวกนั้น โดยเริ่มต้นจากถามเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารมื้อกลางวันของเขาว่า “Do you know about Alibaba?” คุณรู้จักอะไรที่เกี่ยวกับ Alibaba บ้าง ซึ่งเด็กเสิร์ฟก็ตอบกลับมาในทันทีเลยว่า “Open Sesame” ซึ่งแม้ในตอนแรกเขาจะยังไม่แน่ใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่เขาก็ไล่ถามผู้คนตามท้องถนนที่เดินไปมาอีกกว่า 20 คนด้วยคำถามเดียวกัน ซึ่งทุกคนที่เขาถามนั้นตอบอยู่สองเรื่องด้วยกันคือ “Open Sesame” กับ “The forty Thieves” ซึ่งอยู่ในนิทานเรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า “Ali Baba and the Forty Thieves” ซึ่งเจ้าประโยค “Open Sesame” นั้น เป็นประโยคที่จอมโจรใช้เป็นรหัสในการเปิดปากถ้ำที่พวกโจรทั้ง 40 คน ใช้เป็นที่เก็บทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ปล้นมาได้ ซึ่งตัวเอกของเรื่องอย่าง Ali Baba นั้นแอบอยู่ก็ได้ยินประโยคนั้นพอดี จึงทำให้ Ali Baba สามารถแอบเข้าไปในถ้ำที่เก็บทรัพย์สมบัติของเหล่าบรรดากองโจรได้ในที่สุด และด้วยเหตุนี้ Jack Ma จึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า Alibaba นั้นเป็นชื่อที่ดีมาก โดยที่เขาไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียว เพราะถามใคร ใครก็รู้จัก แถมนอกจากนั้น การที่ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A ไม่ว่าใครจะพูดอะไรที่ไหนยังไง ตัวอักษร A ก็ขึ้นอยู่ในลำดับแรก ๆ เสมอและตลอดไป
บทเรียนที่ 8 – ลูกค้าคือคนสำคัญอันดับหนึ่ง (Customers Are #1)
Jack Ma อธิบายถึงหลักการการดำเนินธุรกิจของเขาว่า เขาแตกต่างจากตลาด Wall Street ที่มุ่งเน้นให้ผู้ถือหุ้นมีกำไรสูงสุด เกิดประโยชน์มากที่สุด แต่ในขณะที่หลักการของเขาที่ใช้กับ Alibaba ก็คือ
อันดับ 1 – Customer – เหตุผลก็เพราะลูกค้าเป็นคนที่จ่ายเงินให้แก่บริษัท ดังนั้นถ้าไม่มีลูกค้าจ่ายเงินให้ ธุรกิจก็ไม่สามารถไปต่อไป
อันดับ 2 – Employee – ส่วนหน้าที่ของพนักงานคือการดำเนินงานภายในบริษัท มีหน้าขับเคลื่อนและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น
อันดับ 3 – Shareholder – ในขณะที่ถือผู้หุ้นพูดอีกอย่างแต่กลับทำอีกอย่าง โดย Jack Ma เล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนที่ Alibaba กำลังจะเข้าตลาดหุ้นนั้น ผู้ถือหุ้นมีแต่พูดว่า “Jack แบ่งหุ้นให้พวกเราเถอะ พวกเราเป็นผู้ถือหุ้นระยะยาว ไม่ใช่พวกที่ถือหุ้นเพื่อมุ่งเน้นทำกำไรระยะสั้น” แต่เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจมาถึง คนกลุ่มแรกที่ทิ้งบริษัทเลยก็คือผู้ถือหุ้น พวกเขารีบตีตัวออกห่าง ขายหุ้นทิ้งให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในขณะที่ พนักงานบริษัทกับลูกค้า ก็ยังคงอยู่ ไม่ได้ทิ้งพวกเขาไปไหน
บทเรียนที่ 9 – อย่าเสียเวลาบ่น (Don’t Complain)
เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตาม ผู้คนส่วนใหญ่มักจะบ่นแต่ในเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ อยู่ตลอดเวลา โทษคนนู้นคนนี้อยู่ตลอดเวลา ว่าที่เศรษฐกิจไม่ดีเป็นเพราะ รัฐบาลมันห่วย เศรษฐกิจโลกมันแย่ แม่ไม่สบาย ยายเป็นลม ฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ ความปลอดภัยไม่เคยมี แต่ในขณะที่คนบางกลุ่มเลิกบ่นแล้วมุ่งไปที่การมองหาโอกาส ซึ่งที่ที่มีโอกาสรวมตัวกันอยู่มากที่สุดก็คือที่ที่มีคนบ่นมากที่สุดด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
- เมื่อมีคนป่วยเยอะ ก็เปิดคลีนิค เปิดโรงพยาบาล เปิดร้านนวดเพื่อสุขภาพ คิดค้นยาแก้ป่วยมาขาย
- ถ้ามีคนบ่นเป็นลมเยอะก็มีคนผลิตยาลมออกมาขาย แก้วิงเวียนศรีษะ ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- ฝนตกร้านค้าทำมาหากินลำบาก ก็มีคนผลิตเต้นท์ ผลิตร่มมาขาย
- เมื่อคนมีความกังวลในเรื่องด้านความปลอดภัย ก็มีบริษัทประกันออกมาขายประกัน, มีธุรกิจ รปภ. เกิดขึ้น มีอุปกรณ์ป้องกันตนเองจากโจรผู้ร้าย
ดังนั้นต่อให้มีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ในที่สุดคนที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้สำเร็จ คน ๆ นั้นก็จะร่ำรวยได้ในที่สุด แต่ในขณะที่คนที่เอาแต่บ่นแต่ไม่เคยคิดจะลงมือทำอะไรให้มันดีขึ้นมา ชีวิตของพวกเขาก็จะมีแต่ย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหนหรือแย่หน่อยชีวิตก็มีแต่ถอยหลังลงคลองลูกเดียว
บทเรียนที่ 10 – มีความหลงใหลในสิ่งที่ทำ (Have Passion)
ย้อนกลับไปในปี 1999 ในเหตุการณ์ที่ Jack Ma กำลัง Pitching หรือกำลังพรีเซนต์วิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับ Alibaba ต่อหน้ากลุ่มนายทุนและผู้บุกเบิกรุ่นแรกของ Alibaba ว่า
สาเหตุที่พวกเรามาอยู่ร่วมกันในห้องประชุมวันนี้ที่นี่ก็เพื่อพูดคุยในสิ่งที่พวกเราจะทำต่อจากนี้ไปอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้านี้ ว่าหน้าตาของ Alibaba ในอนาคตจะเป็นไปในรูปแบบใด ซึ่งก่อนหน้านี้ Jack Ma กับเพื่อน ๆ กลุ่มหนึ่งได้เคยทำธุรกิจออนไลน์มาก่อนหน้านี้แล้วก็คือ China Yellow Pages ที่เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์การค้าของประเทศจีน โดยสิ่งที่ Jack Ma ได้เรียนรู้ในระหว่างการทำเว็บไซต์นั้นก็คือ คู่แข่งการค้าออนไลน์ที่แท้จริง ไม่ใช่เว็บไซต์ที่อยู่ภายในประเทศจีน แต่คู่แข่งที่แท้จริงคือเว็บไซต์จากทั่วโลกต่างหาก โดยหากเป็นฝั่งอเมริกาก็คือเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มใน Silicon Valley ที่เป็นแหล่งรวมตัวของบริษัทสตาร์ทอัพระดับโลก ดังนั้นกฎเหล็กข้อแรกของ Alibaba ก็คือ จะต้องเป็นเว็บไซต์ขายของออนไลน์ระดับโลกไม่ใช่เฉพาะในประเทศจีน
กฏข้อต่อมาก็คือ พวกเราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีการทำงานอย่างขยันขันแข็งด้วยจิตวิญาณเดียวกันกับ Silicon Valley เพราะถ้าเรามีจิตวิญญาณที่ทำงานแบบเข้างาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น แบบนั้นมันไม่เรียกว่าบริษัท High Tech Company หรอก และมันจะส่งผลให้ Alibaba ไม่มีวันประสบความสำเร็จได้เลย ดังนั้น หากในที่นี้ใครยังมีจิตวิญญาณหรือวิถีการทำงานแบบ เข้างาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็นอยู่แล้วล่ะก็ คำแนะนำของผมก็คือ พวกเราแยกย้ายกันตรงนี้ แล้วออกไปทำมาหากินอย่างอื่นกันเถอะ
แม้ว่าอเมริกาจะแข็งแกร่งในด้านของ Hardware และ Systems แต่ในด้านของ Information กับ Software นั้นมันสมองของพวกเราดีกว่าของพวกเขา และนี่คือเหตุผลที่เรากล้าที่จะต่อกรกับอเมริกา ถ้าหากทีมของเรามีความแข็งแกร่ง เป็นทีมที่ดีมีศักยภาพและรู้แน่ชัดในสิ่งที่เราทำ ต่อให้สู้ 1 ต่อ 10 กับพวกเขา เราก็สู้ได้ สามารถที่จะสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลหรือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้ด้วย Innovative Spirit หรือจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกด้านนวัตกรรมอันแรงกล้าของพวกเรา
ดังนั้นแม้ว่า ต่อจากนี้ไปอีก 3-5 ปี เราจะต้องลำบากอย่างแสนสาหัสในการดำเนินกิจการ แต่เป้าหมายของ Alibaba นั้น จะต้องเข้าตลาดหุ้น IPO หรือการเข้าสู่เป็นบริษัทมหาชนให้ได้ภายในปี 2012 ให้จงได้
และในท้ายที่สุด Jack Ma ก็สามารถนำ Alibaba เข้า IPO ได้สำเร็จในปี 2014 แม้ว่าจะล่าช้ากว่าที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ประมาณ 15 ปีที่แล้ว และตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงวันนี้ในปี 2019 Jack Ma ก็ได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 38.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว ๆ 1.17 ล้านล้านบาท ในวัย 55 ปี
Resources
- Jack Ma’s Top 10 Rules For Success
- https://youtu.be/1O3ghiyirvU
- Jack Ma – Forbes
- เจาะชีวิต แจ็ค หม่า จากครูสอนอังกฤษ สู่เจ้าของ Alibaba มหาเศรษฐีระดับโลก
- https://youtu.be/4JFRdJTszRM
- https://www.quora.com/What-is-the-origin-of-the-phrase-open-sesame
- https://en.wikipedia.org/wiki/Open_Sesame_(phrase)
- https://en.wikipedia.org/wiki/Ali_Baba_and_the_Forty_Thieves