Site icon Blue O'Clock

ทำไม Warren Buffett ถึงเกลียด Bitcoin

วอร์เรน บัฟเฟตต์ - Warren Buffett

เมื่อพูดถึง Bitcoin จากเดิมที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะบอกกันว่ามันคือแชร์ลูกโซ่ชนิดหนึ่ง จนกระทั่งกระแสในปัจจุบันหลายคนยกให้มันเป็น Asset หรือสินทรัพย์ชนิดหนึ่งที่มีมูลค่า บ้างก็เทียบว่ามันจะกลายมาเป็นทองคำในโลกยุคจิติตอล ทั้ง ๆ ที่ Bitcoin นั้น มันพึ่งเกิดขึ้นมาเพียงสิบปีนิด ๆ เท่านั้น ในขณะที่ทองคำได้ถูกรับการยอมรับจากคนทั้งโลกมานานนับพันปีแล้ว

แต่ไม่ว่าอนาคตของ Bitcoin จะออกมาในรูปแบบไหน มันจะกลายเป็นฟองสบู่ทางการเงินของโลกหรือมันจะกลายเป็นการปฏิวัติวงการการเงินของโลก ในฐานะที่มนุษย์เรานั้นต้องเรียนรู้กันตลอดชีวิตไม่ใช่แค่เพียงในสถาบันการศึกษา เปรียบชีวิตของคนเราดั่งการเรียนในมหา’ลัยชีวิต ไปตลอดชีวิต เราก็จำเป็นที่จะต้องเสพย์และกรองข่าวสารแล้วพิจารณาว่า สิ่งใดที่ควรต้องระวังหรือสิ่งใดที่ถือว่าเป็นโอกาส

และการที่นักลงทุนที่เป็นมหาเศรษฐีเบอร์ต้นของโลกอย่าง Warren Buffett ออกมาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับ Bitcoin นั้น เราก็ควรที่จะรับฟังเอาไว้ แม้ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตามที

โดยปู่ก็เริ่มต้นให้ความเห็นเกี่ยวกับการลงทุนที่เขามักจะพูดอยู่แทบทุกเวทีว่า การลงทุนของเขานั้น จะเน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับลงทุนในฟาร์มสักแห่งหนึ่ง ที่มันสามารถผลิตพืชผลออกมาได้ในทุก ๆ ปี และสามารถคาดการณ์มูลค่าได้ โดยการนำผลลิตที่ผลิตออกมาได้ไปขาย ซึ่งเป็นการมองที่ตัวของธุรกิจนั้นว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าในตัวมันเอง มีรายได้ที่ได้จากการขายผลผลิตจากที่ตัวมันผลิตขึ้นมาเอง แล้วจากนั้นปู่ก็จะนำเงินไปลงทุนในธุรกิจนั้น เพราะพึงพอใจกับผลผลิตหรือผลลัพธ์ที่ธุรกิจนั้น ๆ สามารถทำได้ โดยปู่เขาจะเรียกสินทรัพย์ประเภทนี้ว่าเป็น Productive Assets

แต่หากไปซื้อหรือลงทุนจ่ายกับ Non-productive Assets หรือทรัพย์สินที่ไม่มีผลผลิตแล้วนั้น การที่คุณจะทำกำไรจากมันได้นั่นก็คือ คุณจะต้องคาดหวังว่า คนที่จะมาซื้อ asset นั้นต่อคุณ พวกเขาจะยินดีจ่ายในราคาที่สูงกว่าที่คุณซื้อมันมา และเมื่อคนที่ซื้อต่อจากคุณไปแล้ว พวกเขาก็จะคาดหวังเช่นเดียวกันว่า จะมีคนหน้าใหม่ต่อ ๆ ไปมาซื้อต่อจากเขาในราคาที่สูงกว่าที่เขาซื้อมาจากคุณอีกทีหนึ่ง เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยที่ตัวทรัพย์สินประเภทนี้ มันไม่ได้สร้างผลผลิตอะไรจากตัวมันเองออกมาได้เลย ยกตัวอย่างทรัพย์สินประเภทนี้ที่เราคุ้นเคยก็อย่างเช่น ทองคำ ที่ทำได้แค่ถือมันไว้ แล้วก็ค่อยขายมันเมื่อมีราคาที่สูงขึ้นกว่าตอนที่คุณเคยซื้อมา

ซึ่งปู่บอกว่า มันต่างกันมากระหว่างการที่เอาเงินไปลงในสินทรัพย์ปรเภท Productive Assets ที่นอกจากจะเป็นเจ้าของสินทรัพย์ตัวนั้นแล้ว ยังได้ผลผลิตไปขายทำกำไรได้อีกด้วย อย่างธุรกิจฟาร์ม นอกจากจะเป็นเจ้าของฟาร์มแล้ว ยังเอาผลผลิตที่ได้จากฟาร์มไปขายได้ด้วย

และอย่างในกรณีของ Bitcoin และ cryptocurrency อื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากปู่เขาซื้อมาแล้ว ก็คงนั่งรอแล้วก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีคนให้ค่ามากกว่าในราคาที่ปู่เขาเคยซื้อมา ถ้าเป็นราคาที่ปู่พอใจก็ค่อยปล่อยขาย และหากในอนาคตข้างหน้าจู่ ๆ ปู่ก็รู้สึกว่า ราคา Bitcoin มันน่าจะขึ้นไปได้อีก เขาก็กลับเข้าไปซื้อใหม่ในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม และก็เฉกเช่นเดิมก็คือ ปู่เขาก็จะต้องนั่งรอว่า จะมีคนมาซื้อต่อในราคาที่สูงกว่าที่เขาซื้อมาเช่นเคย

โดยปู่มองว่า มันก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นักกับตอนที่เกิด “วิกฤตดอกทิวลิป” ที่รู้จักกันในชื่อว่า Tulip Mania ที่สมัยอดีตกาล ที่ดอกทิวลิปนั้นถูกนำเข้าจากต่างประเทศ จากประเทศตุรกีไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่สมัยนั้นแถบยุโรปยังไม่มีดอกทิวลิป มันจึงเป็นของหายากและผู้คนต่างก็ต้องการครอบครองมัน จนกระทั่งราคามันดีดสูงขึ้นไปกว่า 5,000 florins (หน่วยของดอกทิวลิปในสมัยนั้น) ที่มีคนตีเป็นมูลค่าในปัจจุบันมันจะมีราคาสูงถึง 750,000 ดอลล่าร์ฯ หรือกว่า 23 ล้านบาท เรียกได้ว่า ดอกทิวลิปดอกเดียว สามารถซื้อคฤหาสถ์ได้ทั้งหลังกันไปเลย

แต่แล้วเมื่อผู้คนเริ่มตระหนักได้ว่า ดอกไม้มันก็คือดอกไม้วันยังค่ำ พอผู้คนเลิกให้ค่ามันแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับดอกไม้ธรรมดา ๆ ที่รอวันร่วงโรย

ทำให้คำว่า Tulip Mania มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับทรัพย์สินต่าง ๆ ซึ่งหลายคนก็เปรียบกับ Bitcoin ว่ามันคือ Tulip Mania 2.0 ชัด ๆ ที่สื่อได้ว่า ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน ความโลภของมนุษย์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนไป มันเป็นตลาดของคนที่ชอบการเก็งกำไรและชอบเสี่ยงดวง ซึ่งต่อให้โลกของเราจากเดิมที่เคยเดินทางกันด้วยเรือซะเป็นส่วนใหญ่ และกำลังจะย้ายถิ่นฐานด้วยจรวดอวกาศไปสู่ดาวอังคารแล้วก็ตามทีมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

มาถึงตรงนี้แฟนบอยของ Bitcoin และ cryptocurrency นั้น พอได้ฟังแล้วก็อาจหัวร้อนไปตาม ๆ กัน (แอดมินก็หัวอุ่นนิด ๆ)

ซึ่งไม่ว่า Bitcoin จะเกิดหรือจะดับ แต่สิ่งที่เรียนรู้จากปู่อย่างหนึ่งที่แน่ชัดเลยก็คือ “จงลงทุนในสิ่งที่เราถนัดและรู้จริง” ซึ่งที่ปู่ไม่ได้ลงทุนใน Bitcoin นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่า ปู่ต่างหากที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับ Bitcoin

“ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยยยยย” แหม่…รู้งี้

ปล. คำเตือนจากปู่ Warren Buffett ได้บอกเอาไว้ว่า อย่าคิดที่จะขายบ้าน ขายรถ เพื่อไปซื้อดอกทิวลิปกันเชียว เพราะคุณไม่มีทางรู้หรอกว่า คนจะเลิกให้ค่ามันเมื่อไหร่ และเมื่อเวลานั้นมาถึง บ้านกับรถของคุณก็ได้ออกจากอ้อมแขนคุณไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงดอกไม้ที่เอาไว้ดูต่างหน้าก็เท่านั้น

แต่… Bitcoin ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Blockchain นะปู่

แต่เอาเข้าจริงปู่ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรกับทองคำหรือบิตคอยน์หรอก เพียงแต่ปู่ชอบลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็น Productive Asset ที่มีผลผลิตออกมาได้ในทุก ๆ วันก็เท่านั้นเอง


กระดานซื้อขายแลกเปลี่ยน Bitcoin & Cryptocurrency

อันดับ 1 ของไทย คนส่วนใหญ่นึงถึง Bitkub

อันดับ 1 ของโลก คนส่วนใหญ่นึกถึง Binance


*หมายเหตุ: นี่ไม่ใช่ content แนะนำในการลงทุนใด ๆ เป็นเพียงข้อมูลฐานทั่วไปเท่านั้น โดยนักลงทุนควรศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใด ๆ ด้วยตัวของท่านเอง

Resources

Exit mobile version