Blue O'Clock

สตูดิโอผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการลงทุน ธุรกิจ จิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

Quote

100 ข้อคิด จาก Robert Kiyosaki พ่อรวยสอนลูก | Blue O’Clock Podcast EP. 36

Robert Kiyosaki นักธุรกิจ นักลงทุน และนักเขียนชื่อดัง ผู้เขียนหนังสือ Rich Dad Poor Dad : พ่อรวยสอนลูก หนังสือขึ้นหิ้งขายดีตลอดกาล และนี่คือ 100 บทเรียน ที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเขา

  1. คนส่วนใหญ่อยากรวย พยายามที่จะรวย แต่พวกเขาเหมือนกับพยายามกำลังที่จะสร้างตึกสูงระฟ้าบนพื้นคอนกรีตที่กว้างขนาดเพียงแค่ 6 นิ้ว ความหมายก็คือ ถ้าอยากมีเงินเยอะ เราจำเป็นที่จะต้องมีพื้นฐานการเงินที่มั่นคง แข็งแรงเสียก่อน
  2. ขนาดของความสำเร็จของคุณ สามารถวัดได้จากแรงปรารถนา ขนาดของความฝัน และวิธีที่คุณรับมือกับความผิดพลาดในระหว่างเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ
  3. ยิ่งเรามีความรู้เกี่ยวกับพลังของเงินตรามากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งห่างเหินจากคุณครูและเพื่อนร่วมชั้นมากขึ้นเท่านั้น ความหมายก็คือ ในโรงเรียนส่วนใหญ่พวกเขาไม่สอนในเรื่องการเงินกัน
  4. คำอันตรายที่สามารถทำลายอนาคตของตัวคุณได้มากที่สุดก็คือคำว่า “พรุ่งนี้ค่อยทำ”
  5. Asset หรือทรัพย์สิน คือสิ่งที่จะทำให้เงินในกระเป๋าของผมเพิ่มขึ้น ในขณะที่ Liability หรือหนี้สินนั้น คือสิ่งที่คอยดึงเงินออกจากกระเป๋าของผม
  6. คน ๆ หนึ่ง สามารถได้รับการศึกษาในระดับสูงได้ และสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้ แต่พวกเขาก็อาจจะไม่มีความรู้ในเรื่องการเงินเลยก็เป็นได้
  7. เมื่อไม่มีความเข้าใจในเรื่องของการเงิน หลายคนจึงยอมสยบให้กับอำนาจที่คอยควบคุมพวกเขาให้ยอมจำนน
  8. คนที่ฉลาด มักจะจ้างคนที่ฉลาดกว่ามาทำงานให้
  9. เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น นั่นคือสัญญาณที่สามารถบ่งบอกได้ว่า มันถึงเวลาที่จะต้องเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ ในสิ่งที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน
  10. เหตุผลหนึ่งที่คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง และคนชนชั้นกลางต้องดิ้นรนในการเป็นหนี้นั้น ก็เป็นเพราะ เรื่องของการเงินมักถูกสอนกันที่บ้าน ไม่ใช่ที่โรงเรียน ความหมายก็คือ คนรวยก็จะสอนเรื่องการเงินกับลูก ๆ พวกเขาอีกแบบหนึ่ง คนชนชั้นกลางก็สอนอีกแบบหนึ่ง คนจนก็สอนอีกแบบหนึ่ง ที่มีชุดความรู้ที่ไม่เหมือนกัน
  11. ผู้ชนะไม่กลัวการสูญเสีย แต่ผู้แพ้กลัว เพราะความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเดินไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ ดังนั้น หากผู้ใดที่หลีกเลี่ยงความล้มเหลว นั่นก็หมายถึงว่าคน ๆ นั้น กำลังหลีกเลี่ยงความสำเร็จด้วยเช่นเดียวกัน
  12. ผมต้องการที่จะพัฒนา IQ ในเรื่องของการเงิน นั่นก็เป็นเพราะ มันเป็นระบบเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ และผมก็ต้องการมีส่วนร่วมกับเกมการเงิน
  13. ผมยินดีรับการเปลี่ยนแปลง มากกว่าที่จะยึดติดอยู่ในอดีต
  14. การตกงานครั้งใหญ่ในช่วงวิกฤตในแต่ละครั้ง ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนชนชั้นกลางนั้นมีฐานะการเงินที่สั่นคลอนมากเพียงใด
  15. ยิ่งคุณมีความฉลาดทางด้านการเงินมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งง่ายเวลาที่คุณจะพิจารณาข้อตกลงต่าง ๆ นั้นดีหรือไม่ดี
  16. คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักว่า ในวิตของคนเรานั้น มันไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณหาเงินได้มากเท่าไหร่ แต่มันอยู่ที่ว่า คุณสามารถเก็บเงินได้แค่ไหนต่างหาก
  17. คนที่รวยที่สุดในโลกมักมองหาและสร้างเครือข่าย สร้างคอนเนคชั่น สร้างความสัมพันธ์ แต่ในขณะที่คนส่วนใหญ่มองหางานทำ
  18. การที่ผมจะซื้อบ้านหลังใหญ่ขึ้น หรูหราขึ้นกว่าเดิมนั้น ผมตระหนักดีว่า นั่นมันไม่ใช่ทรัพย์สิน มันจะเป็นภาระหนี้สินที่คอยดึงเงินออกจากกระเป๋าของเรา
  19. เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามี Asset หรือทรัพย์สินมากพอในระดับหนึ่ง มันจะสามารถเติบโตได้ด้วยตัวมันเอง มันก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ ที่หลังจากคุณรดน้ำให้มันเป็นเวลาหลายปี แล้ววันหนึ่งมันก็ไม่ต้องการการรดน้ำจากคุณอีกต่อไป
  20. ผู้คนมักทำงานหนักเกินความจำเป็น เพราะพวกเขาเรียนรู้วิธีการ การทำงานอย่างหนักมา แต่กลับไม่ได้เรียนรู้วิธีการใช้เงินให้ทำงานอย่างหนักเพื่อพวกเขา
  21. Cash flow หรือกระแสเงินสดนั้น บ่งบอกและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่คน ๆ นั้นจัดการกับเงิน
  22. หนี้ภายในประเทศส่วนใหญ่นั้น เกิดจากนักการเมืองที่มีการศึกษาสูง และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ตัดสินใจเรื่องการเงินนั้น ต่างได้รับการฝึกอบรมในเรื่องการเงินเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีความรู้ทางด้านการเงินเลย
  23. นักลงทุนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดีนั้น มักจะเข้าถึงการลงทุนที่ดีที่สุดก่อนคนที่ชอบเล่นแบบ play safe ปลอดภัยเอาไว้ก่อน
  24. คำพูดที่ออกจากปากของคุณ มีพลังน้อยกว่าเสียงที่คุณคอยกระซิบอยู่ในใจของตัวคุณเอง นั่นแหละคือเสียงที่ทรงพลังมากที่สุด
  25. โลกนี้หยิบยื่นโอกาสให้คุณอยู่เสมอตลอดช่วงชีวิตของคุณ มันมีโอกาสอยู่ในทุก ๆ วัน แต่บ่อยครั้งที่เรากลับมองไม่เห็นมัน
  26. ทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนเราก็คือ จิตใจ ที่หากเราได้รับการฝึกฝนจิตใจมาเป็นอย่างดี มันก็จะสามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาลได้ในทันที
  27. ถ้าคุณต้องการรวย จงอย่าปล่อยให้ตัวเองมีข้ออ้างอย่างมากมาย
  28. อย่าเสพย์ติดเงิน แต่จงทำงานเพื่อเรียนรู้ อย่าทำงานเพื่อเงิน
  29. เครื่องมือที่ผมเลือกใช้ในการสร้างการเติบโตทางด้านการเงินให้บรรลุเป้าหมายนั้นก็คือ อสังหาริมทรัพย์
  30. การมีความฉลาดในการแก้ไขปัญหาได้นั้น จะสามารถสร้างเงินขึ้นมาได้ ในขณะที่หากมีเงิน แต่ไม่มีความเฉลียวฉลาดทางด้านการเงิน ในไม่ช้าเงินนั้นก็จะหมดไป
  31. หากผู้คนมีการเตรียมตัวความพร้อมที่จะสามารถยืดหยุ่น และเปิดใจที่จะเรียนรู้ พวกเขาจะเติบโตมากยิ่งขึ้น ร่ำรวยมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ยากลำบากตามมาก็ตามที
  32. บ่อยครั้งที่คุณหาเงินได้มากขึ้น คุณก็ใช้จ่ายเงินมากยิ่งขึ้นด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณไม่รวยขึ้นสักกะที เพราะสิ่งที่ทำให้คุณรวยนั้น Asset คือทรัพย์สิน ต่างหาก
  33. ถ้าคุณต้องการมั่งคั่งร่ำรวยและสามารถรักษาความมั่งคั่งเอาไว้ได้นั้น สิ่งสำคัญก็คือจะต้องมีความรู้ทางด้านการเงินเป็นอย่างดี
  34. คนจนและคนชนชั้นกลางนั้นทำงานเพื่อนเงิน แต่คนรวยนั้น เงินทำงานเพื่อพวกเขา
  35. ความกลัวที่จะแตกต่างนั้น ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่แสวงหาวิธีการใหม่ ๆ ในการแก้ไขปัญหาของพวกเขาเอง
  36. ในทุกวันนี้มันเป็นเรื่องยากที่จะกระตุ้นให้เด็ก ๆ ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน นั่นก็เป็นเพราะว่า พวกเขานั้นรู้แล้วว่า การประสบความสำเร็จในสายอาชีพนั้น มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประสบความสำเร็จในชีวิต
  37. คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากที่สุดก็คือคนที่ชอบตั้งคำถาม เพราะพวกเขาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และพวกเขาเติบโตอยู่ตลอดเวลา
  38. การกระทำสำคัญกว่าคำพูด เวลาดูคน จงดูในสิ่งที่พวกเขาลงมือทำมากกว่าสิ่งที่เขาพูด
  39. เงินนั้น มันทำให้เห็นข้อบกพร่องในตัวของคนเราว่า คน ๆ นั้น มีความไม่รู้ในเรื่องการเงินมากแค่ไหน
  40. ถ้าคุณยังคงทำในสิ่งที่รุ่นคุณพ่อคุณแม่พร่ำสอนกันมาว่า ไปโรงเรียน ตั้งใจทำงาน แล้วออมเงิน นั้น ก็เท่ากับว่า คุณได้เป็นผู้แพ้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  41. การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการสูญเสียโอกาส
  42. ข้อแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนก็คือ ให้ดูวิธีการที่จัดการกับเวลาของพวกเขา
  43. คนรวยมักใช้เงินไปลงทุนก่อน แล้วค่อยนำเงินที่เหลือมาใช้จ่าย แต่ในขณะที่คนจนนั้นนำเงินไปใช้จ่ายก่อน เหลือเท่าไหร่ค่อยเอามาลงทุน
  44. เงินไม่ใช่เป้าหมาย เงินไม่มีค่าอะไร เพราะคุณค่าที่แท้จริงมาจากความฝันที่เงินนั้นช่วยให้ฝันเป็นจริง
  45. ความแตกต่างระหว่างคำว่ายากจนกับการถังแตกนั้นก็คือ การถังแตกเป็นแค่เรื่องชั่วคราว แต่ความยากจนนั้นอยู่ชั่วกัลปาวสาน
  46. ถ้าหากคุณพูดว่า “ฉันไม่สามารถจ่ายได้” สมองของคุณจะถูกปิดกั้นในทันที แต่หากคุณเริ่มต้นด้วยประโยคคำถามที่ว่า “แล้วจะต้องทำอย่างไร ฉันถึงจะจ่ายไหว?” สมองจะเริ่มมองหาโอกาส มองหาความเป็นไปได้ และมีโอกาสเป็นจริงขึ้นมาได้
  47. ผู้คนส่วนใหญ่ชอบพูดว่า “ฉันไม่สนใจเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ หรอก” แต่คนที่พูดก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเพื่อทำงานวันละแปดชั่วโมงอยู่ดี
  48. ในโลกยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น สำหรับคนที่ไม่ต้องการเสี่ยงอะไรเลย คือคนที่กำลังมีความเสี่ยง
  49. บ่อยครั้งที่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น คนที่ฉลาดไม่ได้เป็นคนที่นำหน้าคนอื่น แต่กลับเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสียและใจถึง
  50. การมีทักษะจะทำให้คุณร่ำรวย ไม่ใช่มีแต่ทฤษฎี
  51. ไม่มีโอกาสในธุรกิจหรือการลงทุนใดที่แย่ แต่ที่แย่คือตัวของนักธุรกิจและนักลงทุนนี่แหละ
  52. การที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจและนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น คุณจำเป็นที่จะต้องมีอารมณ์ที่เป็นกลางไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ เพราะการแพ้หรือชนะนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเกม
  53. นักลงทุนมืออาชีพจะมีกลยุทธ์เพื่อหาทางออกก่อนที่พวกเขาจะเข้าทำการลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานที่นักลงทุนทุกคนจำเป็นต้องมี
  54. คุณจำเป็นที่จะต้องไล่ลูกค้าที่ไม่ดีออกไป เช่นเดียวกับการไล่พนักงานที่ไม่ดีออกไป เพราะถ้าคุณไม่กำจัดพนักงานที่แย่ ในท้ายที่สุดพนักงานที่ดีพวกเขาก็จะออกไป และถ้าผมไม่ไล่ลูกค้าที่ห่วย ๆ ออกไป ไม่เพียงแต่ลูกค้าที่ดีจะหายไปด้วยแล้วนั้น ยังทำให้พนักงานดี ๆ ก็จะออกไปด้วยเช่นเดียวกัน
  55. การเพิ่มรายได้นั้นสำคัญกว่าการลดค่าใช้จ่าย มันก็เหมือนกับการเติมเต็มจิตวิญญาณในตัวคุณนั้นย่อมสำคัญกว่าการลดขนาดของความฝันของคุณ
  56. ผมกังวลว่าผู้คนจำนวนมากมักโฟกัสและให้ความสำคัญกับตัวเงินมากจนเกินไป ซึ่งมันไม่ใช่ความมั่งคั่งสูงสุดของพวกเขา เพราะความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาก็คือเรื่องของการศึกษา
  57. ในโรงเรียน เราได้เรียนรู้ว่าการทำผิดพลาดนั้นเป็นเรื่องไม่ดี และเราจะถูกทำโทษถ้าเราทำผิดพลาด แต่ในขณะที่มนุษย์เรานั้น ถูกสร้างขึ้นมาให้เรียนรู้จากความผิดพลาด ยกตัวอย่างเช่น เราเรียนรู้วิธีการเดิน จากการที่เราล้มลงแล้วลุกขึ้นเดินใหม่อีกครั้ง เราจะไม่สามารถเรียนรู้การเดิน จากการไม่เคยล้มไม่ได้
  58. คุณจะยากจนก็ต่อเมื่อคุณถอดใจล้มเลิก ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่คุณได้ลงมือทำอะไรบางอย่างไป ในขณะที่คนส่วนใหญ่ได้แต่พูดเพ้อฝันว่าอยากรวยแต่กลับไม่ได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง
  59. ถ้าคุณตระหนักได้ว่าตัวคุณคือปัญหา คุณสามารถทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวคุณเองได้ ด้วยการเรียนรู้บางอย่างและฉลาดเพิ่มมากขึ้น จงอย่าได้โทษคนอื่นหากสิ่งนั้นมันเป็นความผิดของคุณ
  60. ว่ากันว่าความกลัวในการพูดในที่สาธารณะนั้น เป็นความกลัวที่ยิ่งใหญ่มากกว่าความตายสำหรับคนส่วนใหญ่ซะอีก โดยจิตแพทย์ได้ให้เหตุผลว่า ความกลัวในการพูดในที่สาธารณะนั้น เกิดจากความกลัวการถูกเหยียดหยาม กลัวการโดดเด่น กลัวการถูกวิจารณ์ กลัวการเยาะเย้ย ซึ่งมันทำให้เจ็บช้ำน้ำใจมากกว่า
  61. ผมพบว่าผู้คนจำนวนมากต้องดิ้นรน และทำงานหนักขึ้น เพียงเพราะพวกเขายึดติดกับความคิดเก่า ๆ มากเกินไป พวกเขาอยากให้สิ่งต่าง ๆ เป็นอย่างที่เคยเป็น พวกเขาต่อต้านการเปลี่ยนแปลง โทษเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เขามาแทนที่พวกเขา และทำให้พวกเขาตกงาน แต่พวกเขาไม่เคยตระหนักเลยว่า วิธีคิดของเมื่อวาน ไม่สามารถใช้ได้ผลแล้วกับในปัจจุบัน
  62. ทุกคนล้วนแล้วมีศักยภาพในตัวอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่รั้งเราเอาไว้ก็คือความสงสัยในตัวเอง ทำให้ไม่มั่นใจในตนเองมากพอ
  63. ความกลัวทำให้คนส่วนใหญ่ต้องทำงานอย่างหนัก เพราะกลัวที่จะไม่มีเงินใช้จ่าย กลัวที่จะถูกไล่ออก กลัวมีเงินไม่พอใช้ จนตกเป็นทาสของเงิน
  64. ความสำเร็จนั้นเป็นครูที่แย่ ความล้มเหลวเป็นครูที่ดี
  65. คนอื่นจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับตัวคุณนั่นมันไม่ใช่ปัญหาของคุณ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ คุณคิดอย่างไรกับตัวคุณเอง
  66. คนส่วนใหญ่คิดว่าการซื้อบ้านคือทรัพย์สิน แต่หากบ้านหลังดังกล่าว มันเอาแต่ดึงเงินออกจากกระเป๋าของคุณ บ้านหลังนั้นคือหนี้สิน
  67. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็มีความเสี่ยงอยู่เสมอ ดังนั้น จงเรียนรู้ที่จะจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้น แทนที่จะหลีกเลี่ยงมัน
  68. ในโลกทุกวันนี้ ความมั่งคั่งซ่อนอยู่ในข้อมูลข่าวสาร และคนที่มีข้อมูลที่ถูกที่ถูกเวลามากที่สุดจะเป็นเจ้าของความมั่งคั่ง
  69. หลายต่อหลายคนตั้งหน้าตั้งตาตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อลุกขึ้นไปทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่กลับไม่ยอมสละเวลาสักนิด เพื่อตั้งคำถามกับตนเองว่า มันมีวิธีอื่นอีกไหม?
  70. คุณจะไม่มีวันรู้จักอิสรภาพที่แท้จริง จนกว่าคุณจะได้รับอิสรภาพทางการเงิน
  71. คุณคงเคยได้ยินกฎ 80/20 กันมาบ้าง ซึ่งในเรื่องของเงินมันก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น มีคนอยู่ไม่เกิน 20% เท่านั้น ที่ใช้เงินกู้เพื่อทำให้ตัวเองร่ำรวยขึ้น ในขณะที่คนอีกกว่า 80% นั้นใช้เงินกู้ทำให้ตัวเองจนลง มีหนี้สินล้นพ้นตัว
  72. เมื่อเงินได้เดินทางมาอยู่ในมือคุณแล้ว นั่นแหละคือเวลาที่คุณมีอำนาจในการกำหนดอนาคตทางการเงินของคุณ
  73. จงค้นหาเกมชีวิตที่คุณสามารถเอาชนะมันได้ จากนั้นก็ให้ทุ่มเทชีวิตของคุณเพื่อเล่นเกมดังกล่าว และจงเล่นเพื่อเป็นผู้ชนะในเกมนั้น
  74. ในโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแล้วนั้น สิ่งที่คุณเคยรู้นั้นมันไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะสิ่งที่คุณเคยรู้มานั้นมันมักจะเก่าเกินไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ตอนนี้คุณเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ไวแค่ไหน
  75. วิชาการเงิน การบัญชีนั้น อาจเป็นวิชาที่ซับซ้อนและน่าเบื่อที่สุดวิชาหนึ่งในโลก แต่ถ้าหากคุณต้องการร่ำรวยในระยะยาวแล้วล่ะก็ วิชานั้น อาจจะเป็นวิชาที่มีความสำคัญมากที่สุด
  76. บางครั้งการใช้ชีวิตก็ยากลำบาก เมื่อคุณเลือกทำในสิ่งที่ขัดกับสิ่งที่คุณเป็น
  77. ความมั่งคั่ง คือความสามารถของคนที่สามารถใช้ชีวิตรอดได้วันข้างหน้าได้อีกหลายต่อหลายวัน
  78. งานที่ใช้ความคิดนั้น เป็นงานที่ยากที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีคนเพียงเล็กน้อยที่จะทำมัน
  79. คนรวยนั้นมักซื้อของ Luxury ของแบรนด์เนมในตอนท้ายสุด แต่ในขณะที่คนจนและคนชนชั้นกลางนั้น พวกเขาซื้อของฟุ่มเฟือย หรูหรา เป็นอย่างแรกสุด
  80. ถ้าหากคุณต้องการเป็น Leader เป็นผู้นำของผู้คน คุณจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่คุณพูด
  81. ชีวิตก็เหมือนกับการออกกำลังกาย ส่วนที่ยากที่สุดก็คือ การตัดสินใจที่จะลุกขึ้นแล้วตัดสินใจเข้าโรงยิม และเรื่องหลังจากนั้นมันก็ง่ายขึ้น
  82. พ่อรวยสอนผมว่า การที่ลองทำแล้วเจ๊งก่อนอายุ 30 ปี นั้น เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะล้มเหลว เพราะยังมีเวลาให้กลับฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ได้อยู่
  83. เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน ทักษะเดียวที่คนส่วนใหญ่รู้ก็คือ การทำงานหนัก
  84. ทักษะที่สำคัญที่สุด 3 ทักษะ ในเรื่องของ management หรือการจัดการ ที่จำเป็นในการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวก็คือ อย่างแรก cash flow หรือกระแสเงินสด, อย่างที่สองการจัดการกับคน และอย่างที่สามคือการจัดการกับเวลาของตัวคุณเอง
  85. การขอคำแนะนำจากผู้อื่นนั้นหมายถึง การที่ให้คนอื่นบอกฉันว่า ฉันควรทำอะไร แต่ในขณะที่การแสวงหาความรู้นั้นหมายถึง การถามคนอื่นว่า ฉันควรเรียนรู้อะไร เพื่อที่ฉันจะได้รู้ว่าฉันควรจะต้องทำอะไร
  86. คนส่วนที่มองไม่เห็นโอกาสที่จะมั่งคั่งร่ำรวยได้นั้น เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้ถูกรับการฝึกฝนทางการเงิน เพื่อให้มองเห็นโอกาสที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
  87. ถ้าความฉลาดทางการเงินคุณต่ำ เมื่อเงินไหลเข้ามาหาคุณ มันจะฉลาดกว่าคุณ และเมื่อมันฉลาดกว่าคุณ คุณก็จะทำงานเพื่อมันทั้งชีวิต
  88. ในการที่จะเป็นนายของเงินนั้น คุณจะต้องฉลาดกว่ามัน จากนั้น เงินมันจะทำตามที่คุณบอก มันจะเชื่อฟังคุณ แทนที่คุณจะตกเป็นทาสของมัน คุณจะเป็นเจ้านายมัน นั่นแหละ คือความฉลาดทางการเงิน
  89. จงจำเอาไว้ว่า สิ่งที่สำคัญในชีวิต มักไม่สามารถเรียนรู้ได้จากในห้องเรียน คุณต้องเรียนรู้ด้วยการลองลงมือทำในสิ่งต่าง ๆ ได้ลองทำผิดพลาด แล้วทำการแก้ไขความผิดพลาด จากนั้นปัญญาก็จะเกิดขึ้น
  90. ถ้าคุณคิดว่าคุณทำแฮมเบอร์ได้เก่งและดีกว่าที่ McDonald’s แล้วนั้น แล้วทำไม McDonald’s ถึงทำเงินได้มากกว่าคุณ นั่นคือคำถามที่ผมได้ถามกับเพื่อนในชั้นเรียน
  91. การมีเงินมากขึ้น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการเงินได้ คุณจะสังเกตุเห็นได้จาก หลายคนที่ได้รับมรดกหรือถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่ 1 ส่วนใหญ่นั้น พอพวกเขาได้เงินก้อนมา ในเวลาไม่นานเงินก็ได้หมดไป
  92. ความสามารถในการที่รู้ว่า เมื่อใดควรทำการตัดสินใจอย่างรวดเร็วนั้น เป็นทักษะที่สำคัญมาก
  93. มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่คิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ตัวเองคิด
  94. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้น แม้จะเป็นการลงทุนในตลาดที่ขนาดเล็กเมื่อเทียบกับตลาดเงินอื่น ๆ แต่มันก็ยังคงเป็นการลงทุนที่สามารถสร้างกระแสเงินสดและสร้างความมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง
  95. ชีวิตทั้งชีวิตของผู้คนถูกควบคุมอยู่ด้วยกันสองอารมณ์หลัก ๆ ก็คือ ความกลัวและความโลภ
  96. ความสามารถในการขาย เป็นทักษะในการสื่อสารระหว่างมนุษย์ด้วยกันอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า พนักงาน เจ้านาย คู่สมรส หรือลูก ๆ เราจำเป็นที่จะต้องขายตัวเองแก่คนเหล่านี้ให้ได้ มันเป็นทักษะพื้นฐานของคนที่ประสบความสำเร็จทั้งในชีวิตและการงาน
  97. เมื่อคุณรู้ว่า คุณไม่มีความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น ให้คุณเริ่มหาความรู้ด้วยตนเอง โดยให้หาผู้ที่เชี่ยวชาญในสาขานั้น หรือหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ
  98. คนรวยส่วนใหญ่เป็นเจ้าของบริษัท เพราะบริษัทสามารถทำในสิ่งที่บุคคลธรรมดาไม่สามารถทำได้ ยกตัวอย่างในเรื่องของภาษีที่บริษัทนั้น สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ก่อนแล้วค่อยนำเงินที่เหลือไปคำนวณภาษี แต่ในขณะที่พนักงานบริษัทนั้นพอมีรายได้จะถูกหักภาษีหนักกว่า แล้วก็ต้องพยายามใช้ชีวิตต่อไปกับเงินที่คงเหลืออยู่
  99. การทำงานนั้นเป็นเพียงวิธีการแก้ไขเรื่องของเงินในระยะสั้น แต่ผู้คนส่วนใหญ่กลับเอามันไปใช้แก้ไขปัญหาในระยะยาว เพราะถ้าหากคุณต้องการแก้ไขปัญหาการเงินในระยะยาวคุณจะต้องมุ่งสร้าง Asset มุ่งสร้างทรัพย์สิน
  100. จำเอาไว้ว่าการเลือกเส้นทางที่ง่าย มักจะกลายเป็นเรื่องยากในภายหลัง และการเลือกเดินในเส้นทางที่ยากมักจะกลายเป็นเรื่องง่ายในภายหลัง

Resources